More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  LiaM ^ - ^ 101回目のプロポーズPhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

LiaM

View spaceSend a message
Occupation:
Location:
Interests:
Being just the way I am and Loving just the way you are.

LiaM ^ - ^ 101回目のプロポーズ

@★•°¤*(¯`°.•รักเธอแบบออกนอกหน้า แต่ไม่ออก"นอกใจ"•.°´¯)*¤°•★@
March 02

วิธีจีบสาวให้แห้ว

วิธีจีบสาวให้แห้ว

ที่จริงการจีบสาวจะว่าไปแล้วเป็นเรื่องง่ายก็ได้เพราะเห็นบางคนจีบได้ เป็นแฟนในวันเดียว แต่จะว่ายากเหลือแสนก็ได้เช่นกัน ไม่งั้นคนเขียน คงมีแฟนเป็นตัวเป็นตนไปแล้ว

แน่นอนเรื่องจีบสาวอย่างไรให้สำเร็จ ผู้เขียนไม่บังอาจที่จะมาแนะนำกัน เพราะที่จีบมาแล้วล้วนสุดแสนยังกะทายาทนายแม้นแห้วโดยตลอด ดังนั้นจึงมีประสบการณ์ด้านนี้อย่างสูง ที่จะเอาเรื่องจีบแล้วแห้วนี้มาเล่าสู่กันอ่าน เพื่อเป็นอุทาหรณ์หรือแบบอย่างที่ดี

(1) ไม่มั่นใจในตัวเอง เรื่องนี้เป็นหัวข้อสำคัญที่สุด การที่คนเราจะรัก กันมันก็มีหลายเหตุผล ไม่ใช่เรื่องแค่ว่าไม่หล่อ หรือไม่รวยแล้วหมดสิทธิ์ มีแฟนทั้งชีวิต ไม่จริงเลย (ดูอย่างนักกีฬาหน้าปลามังกร อ้ายภารดรสิ แฟนมานนเป็นนางงามจักรวาลแหนะ แต่ก็ทำให้ได้พิสูจน์ว่า คนสวยมักไม่ฉลาด อิอิ) การไม่มั่นใจในตัวเองทำให้เราดูงุ่นง่าน เฟอะฟะยังไงไม่รู้ได้ เชื่อในตัวเองซะนิดว่าเราก็มีดีเหมือนกัน แล้วน่าจะประสบผลสำเร็จได้บ้าง มั้ง

(2) ความกลัวหรือรู้สึกผิด การที่คนเรารักใครซักคนเป็นเรื่องความรู้ สึกถึงการห่วงหาอาทร ใส่ใจต่ออีกคนหนึ่ง มันไม่ใช่เรื่องน่ารังเกลียด รังงอนตรงไหน จีบมันเข้าไป ตั้งหน้าตั้งใจลองดูซะตั้ง ไม่ได้ค่อยมาว่ากันใหม่

(3) คิดมากเหลือเกิน เรื่องนี้ทำให้เราตกนรกทั้งเป็น การจีบผู้หญิง แล้วมาพะวงนั้นพะวงนี้ หรือรู้สึกรุนแรงต่อการกระทำต่อวาจาของเขา มากเกินไป ทำให้เราอึดอัด ทรมาน พยายามทำใจให้สบาย ไม่ใช่ว่า เขาจะโกรธเราไปตลอดปีตลอดชาติซะเมื่อไหร่ บางครั้งเราอาจจะ เป็นคนมีนิสัยร่าเริง แต่พอมีความรักเปลี่ยนเป็นคนที่เคร่งเครียดมาก ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ชอบหรอกนาย

(4) ตามผู้หญิงเกินไป นี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ ผู้หญิงต้องการชายหนุ่มเพื่อ เข้ามาเป็นผู้นำ แต่นี้ประไร ผู้หญิงชี้นก เราบอกว่านก ชี้ไม้บอกว่าไม้หน้าสาม เราต้องลองนำเขาบ้าง ขัดเขาบ้างเพื่อแสดงความเป็นผู้นำของเรา หรือความมีจุดยืนในเรื่องของความคิด

(5) บอกผู้หญิงว่ารักเร็วเกินไป เพราะหากบอกว่ารักแล้ว อาจทำให้ ความสัมพันธ์ที่ดีขาดสะบั้น บางครั้งผู้หญิงเขารู้อยู่แล้วแต่ทำเป็นไม่รู้ทำเป็นเงียบตามจริตกุลสตรีไทย แต่หากบอก ออกไป ผู้หญิงบางคนทำอะไรไม่ถูก หรือเราเองไม่อาจเข้าไปคุยกับเขา ได้อย่างสนิทใจ เอาเป็นว่าดูการกระทำของเราดีกว่าว่ารักหรือไม่ คำว่ารัก ไม่ใช่คำมักง่ายนะครับ ไม่ต้องรีบบอกออกไปหรอก

(6) หรือปฏิเสธที่จะยอมรับว่ารัก อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ รักก็คือรัก เมื่อเกิดความรักแล้วพยายามยอมรับมันซะ ไม่ใช่หลีกเลี่ยงหนีไป มันทรมานมากกับการปฎิเสธในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง โดยเฉพาะในเรื่อง ความรักหากปฏิเสธเสียแต่เริ่มต้น คนที่มีแต่จะผิดหวังก็คือเรา

(7) แสดงความอ่อนแอให้เห็นบ่อยๆ แย่มากๆอีกเรื่อง พยายาม อดทนเข้าไว้ หรือไปแสดงกับข้าวของ กับต้นไม้ขนาดหลายคนโอบแทน หรือรอเวลาฝนตกหนักๆก็ได้ จะได้แอบอ้างว่าซ้อมทำมิวสิควีดีโอประมาณนั้น การจีบสาวมันต้องสู้ สู้ไม่ได้ ออกแล้วไป มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย

โดยส่วนใหญ่หากมีความรักขึ้นมา เราต้องการความรักตอบ แต่ถ้า ไม่ได้มันมา เราจะเจ็บปวดและแสดงความอ่อนแอออกมาในหลายรูปแบบ เช่น น้ำตาไหลพราก , ไปกินเหล้าเมายา, หรือปิดตัวเองออกจากสังคม หรืออะไรก็ตามที่เป็นการประชดตัวเอง ขอร้องอย่าทำ เป็นการเปิดเผยกมลสันดารโง่ออกมาให้คนอื่นรู้หมด

(8) พยายามแสดงบุคลิกที่ไม่ใช่ตัวเรา ก็เพราะไม่มั่นใจตัวเอง เลยเลียนแบบบุคลิกจากดารา หรือเพื่อนที่เราชื่นชอบมาเป็นแบบอย่าง หวังว่าสาวคงจะชอบ แต่แน่นอนเราไม่สามารถเลียนแบบบุคลิกใครได้ ตลอดเวลา สักวันหนึ่งสาวเจ้าก็ต้องรู้ และเมื่อนั้นเขาก็จากเราไป เพราะเราไม่ได้เป็นอย่างที่คาดคิดไว้ Just the way you are ดีที่สุด

January 17

Time...DisTance and Theory of Relativity

เวลา ระยะทาง และ ทฤษฎีสัมพันธภาพ อืมมันเกี่ยวกันมั้ยนี่
โดยส่วนตัวของผมแล้วเชื่อนะครับว่า
Time itself does not change the nature of love issue
และผมก็เชื่ออีกนะครับว่า
" ระยะเท่าไม่สำคัญเท่าระยะห่างของความรู้สึก "
แต่แปลกนะครับว่าทำไมทฤษฎีสัมพันธภาพ (ซึ่งไม่ใช่ของไอน์สไตล์)
สิ่งที่ผมพูดถึงคือ เวลา และ ระยะทาง มันถึง related to Theory of Relativity เหลือเกิน
" รักแท้ไม่แพ้ระยะทาง ถึงตัวห่างไกลหัวใจก็ยังไกล้ "
ก็จบEngineer พื้นฐานและกมลสันดารของผมจึงเป็นนักวิทยาศาสตร์
ชอบการทดลอง และพิสูจน์สมมติฐาน
และเราคงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์สมมติฐานของทฤษฎีสัมพันธภาพแล้วสิ
.
.
.
เวลา ระยะทาง และทฤษฎีสัมพันธภาพ คงสัมพันธ์กันแบบนี้ล่ะสิ
November 12

Truth of student life

New school semester:
user posted image

At the first week:
user posted image

At the second week:
user posted image

Before the mid-term test:
user posted image

During the mid-term test:
user posted image

After the mid-term test:
user posted image

Before the final exam:
user posted image

Once know the final exam schedule:
user posted image

7 days before final exam:
user posted image

6 days before final exam:
user posted image

5 days before final exam:
user posted image

4 days before final exam:
user posted image

3 days before final exam:
user posted image

2 days before final exam:
user posted image

1 day before final exam:
user posted image

A night before final exam:
user posted image

1 hour before final exam:
user posted image

During the final exam:
user posted image

Once walk out from the exam hall:
user posted image

After the final exam, during the holiday:
user posted image 
July 09

I'm not a smart man but I know what I feel ....

                                 วันนี้ตื่นขึ้นมา ท้องฟ้าช่างหม่นเป็นใจยิ่งนัก ฝนยังคงตกโปรยปราย เบาๆแต่สม่ำเสมอเหมือนคอยตอกย้ำอะไรบางอย่างกะผม  ต้องออกไปนอกบ้านแล้วสิ ร่มละ ร่มคันเก่งของผม ร่มบางใส ที่บ่อยครั้งผมไม่ชอบพกไปเพราะเป็นร่มขนาดค่อนข้างใหญ่ พับเล็กๆไม่ค่อยได้ บางที่ผมคิดจะทิ้งมันไปก็หลายทีแล้วสิแต่มันยังคงทนไม่หายไปไหนเลย แต่ เอ๊ วันนี้ร่มบางใสคันนี้หายไปไหนนี่ หา หา หา หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จนแม่บ้านมาบอกผมว่าเค้าเอาไปเก็บไว้ที่เก็บของหลังบ้าน ผมเลยต้องตากฝนไปควานหามัน แต่มันคงถูกทิ้งไว้นานแล้วสิ ใบบางๆใสๆของมันมีคราบสนิมก็บุกรุกอาณานิคมของมันเยอะเลย แต่ผมก็ยังกางมันออกไปข้างนอกนะ ไม่แคร์สายตาใครที่มองว่ามันเก่าไป รึ สนิมดูสกปรกจังเลย

                                 จนตอนเที่ยงฝนยังคงตกแบบเบาๆสม่ำเสมอไม่แคร์สังคมเท่าไหร่เช่นเดิม ผมได้ฟังข่าวที่ไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรเลยจากเพื่อนสนิทของผม เพื่อนคนนี้ผมสนิทมากมาย พอฟังแล้วผมหดหู่จังเลย  ผมมีคำถามเกิดขึ้นมาให้รอยหยักที่ตื้นในสมองของผมได้ตระหนักขึ้นมาเลยนะว่า นี่ผมเป็นอะไรไปนี่ ทำไมเพื่อนสนิทผมคนนี้ถึงไม่บอกอะไรผม ไม่ปรึกษาอะไรผมเลย ผมเป็นคนที่เพื่อนลดความวางใจในการพูดคุย การปรึกษาลงไปแล้วหรอ รึว่าความห่างไกล และระยะเวลา ทำให้ระยะห่างของความวางตัว ความวางใจมันลดลงไปรึเปล่า ผมเลยโทรศัพท์ไปหาเพื่อนผมคนนี้ อ๊ะ มีคนรับด้วย แต่ไม่ใช่คนนั้น แต่เป็นคุณแม่ของเพื่อนผม ซึ่งผมสนิทและคุ้นเคยกับครอบครัวนี้มากๆ ไปนอนค้างที่บ้านเค้าออกบ่อย ผมเลยคุยกับม่าม้า ขอให้คำนี้ละกัน อืมม จริงสิ คงต้องบอกก่อนว่า ผมได้ข่าวจากเพื่อนสนิทของผมอีกคนว่า เพื่อนผมคนนี้กำลังจะไปสวีเดนวันที่ 12 July นี้ไปตามหาความรักโดยที่ทิ้งครอบครัวของเค้า ทิ้งม่าม้า อาม๊า พี่สาวและน้องๆ และกิจการของทั้งครอบครัว ซึ่งเพื่อนผมเป็นคนดูแลทั้งหมดไปเพื่อไปใช้ชีวิตอยู่กะแฟนสาวของเค้า(ซึ่งก็เป็นเพื่อนผมอีกนี่แหละ)ที่สวีเดน

                                        ซึ่งโดยส่วนตัวผมไม่คิดเลยว่าการไปแบบนี้เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่เป็นสิ่งที่เพื่อนผมได้เลือกไปแล้ว ผมก็ได้พูดกับทั้งบ้านของเพื่อนผม พอผมฟังแล้วก็หดหู่แทนครอบครัวเค้าเลยล่ะ แต่สุดท้ายพวกผมซึ่งรวมถึงครอบครัวเพื่อนผมก็คิดได้ตรงกันว่า อาจจะเป็นสิ่งที่ดีก็ได้ที่เพื่อนผมทำแบบนี้ ให้เค้าลองไปพิสูจน์ในสิ่งที่เค้าวาดฝันเอาไว้ว่ามันตรงกับที่เค้าคิดรึเปล่า หากเราไม่ลองก็คงไม่รู้ว่ามันจะใช่มั้ย ผมถือความเชื่อนะครับว่า ทำลงไปแล้วต้องมานั่งเสียใจ ยังคงดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ลองทำนะครับ

                                       แต่ก็แปลกนะครับ บางช่วงเวลาเรื่องหลายๆอย่างมักเข้ามาพร้อมกัน ซึ่งก่อนหน้าที่ผมจะได้ข่าวของเพื่อนสนิทผม ซึ่งก็ยังคงเป็นช่วงเวลาที่ ฟ้าหม่น ฝนตกเบาๆ สม่ำเสมอ เช่นเคย ผมก็ได้รู้อะไรบางอย่างมา บางอย่างที่เหมือนมากระชากบางสิ่งที่เป็นก้อนเนื้อขนาดเทากำปั้นของคนเรา แต่สิ่งที่บังเกิดที่ผมได้รู้มานั้น มันมาช่วยสนับสนุนความเชื่อที่ผมเชื่อขึ้นมาจริงๆเลยล่ะ ผมเชื่อนะครับว่า บางสิ่งหากเราเริ่มทำมันด้วยความรู้สึกดีดี ไม่ว่าเวลาจะผ่านเนิ่นนานสักแค่ไหนก็ตาม สิ่งดีดีเหล่านั้นก็จะยังคงอยู่เสมอไป และสิ่งที่ผมได้ฟังได้รู้มานั้นยังคงทำให้ผมรู้สึกอีกได้ว่า หากเรารักสิ่งไหน หรือ ใครสักคน แล้วเราสามารถสัมผัสในความรู้สึกของเราได้จริงๆว่าเรารักสิ่งนั้น หรือ ใครคนนั้นจริงๆ ก็เพียงพอแล้ว ความรู้สึกของคนนั้นจะเป็นเช่นไรไม่สำคัญ ไม่ต้องการที่จะรับรู้ แค่เรารู้ว่าเราสัมผัสกับความรู้สึกได้ก็เพียงพอแล้ว เพียงพอแล้ว จริงๆ

I'm not a smart but I know what I feel..... that's enough

November 03

14 อาการที่บอกว่า คุณกำลังมีความรัก (มั้ง)

14 อาการที่บ่งบอกว่าคุณกำลังมีความรัก

1. อยากเห็นหน้าไม่งั้นบ้าตาย

2. คิดถึง ... ตั้งแต่ตื่นนอน ... จนถึงเข้านอน ... หรือไม่ก็ฝันมันซะเลย ไม่เว้นแม้แต่เข้าห้องน้ำ

3. เห็นหน้าเขาคนนั้นทีไร หัวใจก็เต้นโครมครามโดยไม่มีเหตุผล

4. แอบมองเขาทั้งระยะใกล้และระยะไกล ไม่ให้เขารู้ตัว ไม่กล้าสบตา เดี๋ยวเขารู้

5. เกาะติดสถานการณ์ เห็นเขาอยู่ไหน พยายามพาตัวเข้าไปใกล้ใกล้

6. อยากรู้จัก อยากพูดคุย อยากได้ยินเสียง อยากยิ้มให้

7. โรแมนติกขึ้นมาหน้าตาเฉย มีการพับดาวใส่ขวด เขียนกลอน เพ้อรำพึงรำพัน

8. เห็นเขาเดินกับใคร คุยกับใคร หัวใจปั่นป่วนจวนจะระเบิด

9. หวั่นไหวไปกับเสียงเพลง และมิวสิควีดีโอ แอบยิ้มหวานคนเดียว

10. ห่วงใยความสวยของตัวเองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

11. สืบเสาะแสวงหาข้อมูลส่วนตัวของเขา เกิดวันไหน เรียนห้องไหน บ้านอยู่ไหน เบอร์โทรอะไร หาให้วุ่น

12. อยากรู้ว่าเขาชอบอะไร ดูหนังฟังเพลงแบบไหน อะไรนะที่เป็นของโปรด

13. เริ่มคิดหนักว่าเขามีใครเป็นหวานใจหรือยัง แล้วอย่างเรานี่สเป็กเขารึเปล่าเนี่ย เริ่มจินตนาการไปต่างต่างนานา

14. เริ่มบนบานศาลกล่าว ผ่านดวงดาว ลมหนาว ดวงจันทร์ ยันดวงอาทิตย์ ช่วยให้สมหวังทีเท๊อะ .... เจ้าประคู๊ณ

**หากคุณถูกรุมเร้าด้วยอาการเหล่านี้ เพียงแค่ 5 ข้อ ก็เข้าข่ายให้รู้ตัวไว้นะฮะ ว่ามันชัวร์ (ไม่มั่วนิ่ม) แต่ถ้าอ่านแล้ว ปรากฏว่าถูกทุกข้อ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องสงสัยอะไรอีกต่อไป มันใช่ มันโดน มันถูกเผง ... ยังนี้แหละที่เขาเรียกว่า รักกกกกก ... **

View more entries
 
No list items have been added yet.